เวลา เ วี ย น
posted on 05 May 2010 15:05 by bababeeii
...เวลาที่ความสุขอยู่กับเรา เรามักจะรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาวิ่งได้...
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกแบบนี้อีกครั้ง
เผลอแป๊บเดียว พรุ่งนี้ก็เป็นวันเริ่มทำงานวันแรกของเทอมใหม่แล้ว
แต่เป็นการเผลอที่สนุกและมีความสุขมากครั้งนึง
ปกติหลังจากสอน summer จบ ครูทุกคนจะมีเวลาปิดเทอมทั้งหมดประมาณ 10 วัน
ก่อนที่จะเริ่มกลับมาประชุมและเตรียมห้องให้พร้อมก่อนโรงเรียนจะเปิดจริง ราวๆ 10 วัน เหมือนกัน
(พูดง่ายๆคือครูเปิดเทอมก่อนนักเรียน 10 วัน นั่นแล)
ปีก่อนๆ เราใช้สอยเวลา 10 วันนี้ไปกับการอยู่บ้าน ขายของ และเร่ร่อนบ้างในระยะทางใกล้ๆ
แต่ปีนี้ใน 10 วันที่ว่า ครึ่งนึงเราให้กับการเดินทางไป 2 ครั้ง..
ครั้งแรก..เชียงราย
ไปส่งซิสเตอร์ที่ต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น งานนี้ได้ทั้งส่ง ได้ทั้งเที่ยว
และถือเป็นการเดินทางไกลกับซิสเตอร์และครูที่โรงเรียนเป็นครั้งแรก
สนุกเหมือนมากับทัวร์ ฮ่าๆๆ
ที่ปกติเราไม่ค่อยชอบการเดินทางแบบนี้เท่าไหร่ ทั้งเวลาจำกัด ทั้งที่มีคนคิดให้แล้วว่าต้องไปตรงไหนบ้าง
แต่ที่ทำให้ลืมอารมณ์นั้นไปได้บ้างก็ตรงที่ทัวร์นี้ได้มากับซิสเตอร์ กับครูหลายๆคน
ที่ปกติเราจะเจอและเห็นเค้าในมุมตอนอยู่โรงเรียน แค่นั้น
แต่ในการเดินทางด้วยกันในช่วงเวลาสองสามวันแบบนี้ ได้เห็นมุมอื่นๆเต็มไปหมด แบบที่หาจากโรงเรียนไม่ได้
ต้องมาเองถึงจะเข้าใจ ...
เอาเป็นว่า ชอบไปตามระเบียบ
ครั้งที่ 2 .... วังน้ำเขียว
ได้ร่วมทริปกับชาวดาวที่รักกกก ในที่ที่ไม่ไกลจากบ้านเรามากเท่าไหร่
คุยกันไว้ว่าจะเจอกันตรงสี่แยกกบินทร์ ทางเข้าโคราช
ชาวคณะจะออกจากกรุงเทพฯราวๆ 7 โมง เราคนบ้านใกล้ก็กะออกสัก 8 โมงครึ่ง
ซึ่งน่าจะถึงจุดนัดพบในเวลาไล่เลี่ยกัน
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือแผนเกิดขึ้น ทำให้เราเปลี่ยนแปลงเวลากันนิดหน่อย
และในเวลาราวๆบ่ายสามโมง พวกเราก็มาถึงจุดมุ่งหมาย
เวลาเวียน รีสอร์ท ...
(veravian resort)
ฝนปรอยๆตั้งแต่เข้าเขตวังน้ำเขียวแล้ว เราเก็บของเข้าที่พัก ฝนก็ยังไม่จากไป
อากาศเลยชุ่มฉ่ำ และเย็นมากๆ คิดถึงเสื้อกันหนาวขึ้นมาในทันที
ประมาณสี่โมงเย็นฝนเริ่มหาย มองออกไปรอบๆ
ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะเจอ พอได้เห็น(เราเอง)ก็ดีด๊ามากๆ ฮ่าๆๆ
ใครจะคิดว่าจากบ้านที่แดดเปรี้ยงๆ มาที่นี่จะเจอหมอก
ชมหมอกเสร็จ เริ่มรู้สึกว่าหิวกันจริงจัง เลยตั้งใจไปตลาด
ลงมาจากที่พัก เข้าในเขตชุมชน เจอเข้าเต็มๆ
ผ่านเขตชุมชนเข้าไปอีกก็เจอ
วันนี้นึกขอบคุณฝนเป็นพิเศษกว่าวันไหนๆ
...ก่อนจะแวะตลาด เราชวนทุกคนไปผาเก็บตะวัน เพราะเคยไปมาสองหน รู้สึกชอบ
แต่หนนี้ ด้วยว่าฝนตก แล้วด้วยทางที่ไปไม่ใช่เป็นแต่เพียงถนนลาดยางหรือคอนกรีตเท่านั้น
รถเลยได้ลายใหม่แบบไม่ตั้งใจ
เราไปจนเจอป้าย ผาเก็บตะวัน (อีก) 1 กิโลเมตร แต่หันไปมองตะวันตอนนั้น ถ้าขึ้นไปเราคงเก็บไม่ทันกันซะแล้ว
เลยจอดรถกันตรงนั้น แล้วหันไปเห็นถนนที่สูงเป็นเนินขึ้นมา และมีฉากฟ้าตอนตะวันลับไปแล้วอยู่ข้างหลัง...
และอย่างไม่ได้คิดมาก่อน(อีกแล้ว
)
ณ ที่แห่งนี้ นางฟ้าสุดสวยได้จุดประกายท่าถ่ายรูปที่เชื่อว่าเมื่อก่อนพวกเราไม่ค่อยได้ลองกันเท่าไหร่
นั่นคือ.... การกระโดด
หลายคนอาจจะคิดว่า ตูกระโดดถ่ายมาตั้งแต่ 5 ขวบแล้ว พวกเอ็งจะมาตื่นเต้นอะไรกัน
อันนั้นก็จริ๊งงงง แต่ตามปกติ ไม่ค่อยได้โดดไง เลยตื่นเต้น และเป็นที่สนุกสนานมากมาย
ประมาณว่า ถ้ารู้ว่าสนุกแบบนี้โดดไปนานละ (ฮ่าๆๆๆ จริงป่าวจ๊ะ
)
กระโดดจนขาแข็งแรง ก็ได้เวลาไปตลาดจริงๆสักที
ตลาดที่ว่านี้ เห็นตั้งแต่ขับรถผ่าน ตอนนั้นเห็นว่าดูของเยอะๆ น่าแวะมากๆ
ไม่น่าเชื่อว่า ขากลับมา ตลาดนัดนั้นจะกลายเป็น.......
ประเทศของแมลงเม่า!!!!
ป้าดดดดดด มาเรียกร้องอะไรกันที่นี่ แล้วเป็นแมลงเม่าตัวใหญ่ๆไซส์บิ๊กๆทั้งนั้น
ถามคนแถวนั้น เค้าบอก วันอื่นๆก็มี แต่เป็นตัวเล็ก . . มีวันนี้นี่แหละ ....
แต่เราก็เอาชีวิตรอดจากประเทศแมลงเม่ามาได้ด้วยดีพร้อมกับไส้กรอกหกไม้ น้ำเต้าหู้สามถุง และซาลาเปาหนึ่งถุง หุหุ
ถึงรีสอร์ท ก่อนจะเข้าห้องพัก เราเดินไปบนเนินที่สูงที่สุดของที่นี่ บนนั้นมีบาร์คอยให้บริการแขกที่มาพัก
ถ้าวันที่ฝนไม่ตกบาร์จะเปิดเป็นปกติ และสามารถลาก bean bag มานั่งดูดาวได้ เพราะสถานที่มันเอื้อมากๆ
แต่วันนี้บาร์หยุด ส่วนดาวก็เริ่มขึ้นมาให้เห็นกันแล้ว และลมบนนี้แรงงงงงมาก ><
มองจากบนนั้น ไปถึงฝั่งเยื้องกัน...
เราเข้าห้องพักพร้อมๆกับ The Star พอดี คืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ที่เราเชียร์กัน
แล้วกันก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย สมแล้วลูกๆๆๆ
เริ่มดึก ก็เริ่มทยอยนอน เก็บแรงไว้โดดวันรุ่งขึ้น ฮ่าๆๆๆ
....................................................................................................
เช้าวันใหม่ แดดจ้า..เห็นมาตั้งแต่อยู่ในห้อง
ยิ่งสาย ฟ้ายิ่งใส
เมฆตอนนั้นอย่างกับอยู่ในนิทาน
พื้นที่เปียกมากเมื่อวาน ตอนนี้ไม่เหลือร่องรอย
เดินเล่น นั่งเล่น นวดเล่น และโดดเล่นกันสักพัก
ก็ชวนกันไปที่นี่
มีที่พักด้วย
เรากลับไปที่พักเพื่อ checkout และเดินทางกลับอีกเส้นทาง ที่ตัดเข้าเขาใหญ่จากฝั่งโคราช ผ่านปราจีนบุรี (อธิบายถูกมั้ยนี่
)
ซึ่งตัวเราเองไม่เคยผ่านทางนี้มาก่อนเลยตื่นเต้นมาก ยิ่งไปเจออางเก็บน้ำลำพระเพิงยิ่งชอบหนัก
เพราะถนนตัดอ้อมอ่างเก็บน้ำ เวลาขับรถเลยเหมือนเราได้วนเกือบครบรอบอ่างเก็บน้ำเลย
(ไม่มีรูปให้ดู แนะนำให้ไปเห็นเอง มันเจ๋งมากกก
)
พอเข้าเขตเขาใหญ่ ต้นไม้ลดความร้อนของแดดไปได้เยอะ กระจกรถโดนกดลง
ขับผ่านจุดชมวิวที่อุทยานจัดไว้หลายจุด แต่เราเลือกที่หยุดกันตรงนี้
นานๆจะมีรถผ่านมาที และหลายคันก็มีเอียงเข้ามาดูใกล้ๆว่า..ทำอะไรกัน
ไม่ได้ทำอะไรเล้ยยย
แค่เดิน ยืน นั่ง นอน แล้วก็กระโดดแค่นั้นน ไม่มีไรจริงจริ๊งงง
.... ออกจากที่ตรงนั้นประมาณ 5 โมงเย็น และมาส่งเราถึงบ้าน ....
........................................................................................................................................................
สถานที่ที่ไป ต่อให้สวยแค่ไหน ถ้าคนที่เดินทางด้วยกันคุยและรู้สึกกันคนละอย่าง
...การเดินทางก็คงไร้ความหมาย
แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่เป็นแบบนั้น
เชื่อและรู้สึกได้ว่า ต่อให้ที่ที่เราไป ไม่ประทับใจเรามากมาย
แต่ทุกคนสามารทำให้บรรยากาศของเวลาที่อยู่ด้วยกันดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ครั้งนี้มันดียิ่งกว่าสองกรณีนั้น
ทั้งสถานที่ดี อากาศเป็นใจ(ทั้งสองวัน) ยิ่งทำให้บรรยากาศที่อยู่ด้วยกันดีขึ้นไปอีกหลายเท่า
ชอบคำว่าเวลาเวียน ตั้งแต่ครังแรกที่ได้ยิน...ไม่รู้ทำไม
ถ้าเวลาที่เราได้ใช้ด้วยกันในครั้งนี้ เป็นเวลาที่ตั้งใจเวียนมาสำหรับพวกเรา
มันคือเวลาที่ดีอีกช่วงนึงจริงๆ
ขอบคุณชาวดาวทุกคนมากๆ ตั้งแต่เริ่มเดินทาง
ขอบคุณที่แม้มีเหตุการณ์นอกเหนือแผนเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็ช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี
(ในขณะที่บีได้แค่เอาใจช่วย T-T)
ขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน
เวลาเวียนหนนี้เจ๋งสุดๆจริงๆ
ปล. เอนทรี่นี้ค่อนข้างยาว สมกับที่ไม่ได้อัพมาร่วมสองเดือน