นิทานล้านบรรทัด...

posted on 01 Dec 2009 16:35 by bababeeii

 

เมื่อวันก่อน เดินเข้า B2S

ไล่สายตาไปที่แผงนิตยสาร

ซึ่งส่วนมากบนปกนิตยสารหลายๆเล่มจะพบหนุ่มน้อยหน้ามลคนหน้าใสทั้งหลาย

ผู้หญิงสวยๆ และครอบครัว ประปรายกันไป

 

ขณะที่ยังไม่รู้จะหยิบเล่มไหนมาอ่านดี

สายตาก็ไปสะดุดกับเลข 111 บนมุมขวาของนิตยสารเล่มหนึ่ง

และพอไล่สายตาไปทางซ้ายก็จะพบคำว่า a day

อาการบ้าตัวเลขกำเริบ เลยรีบหยิบมาดูว่าเล่มนี้มีดีอะไร

 

ปกของเล่มนี้ เป็นภาพวาดบ้านเรือนสีขาวดำ แต้มด้วยจุดวงกลมสีแดงวงใหญ่กึ่งกลางหน้าปก

เรายืนเพ่งนานมาก ........

และพึมพำกับตัวเอง ญี่ปุ่นเหรอ(วะ) ญี่ปุ่นอีกแล้วเหรอ

 

ที่สงสัยไม่ใช่ว่ามีข้อบาดหมางอะไรกับประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นเพราะ a day เพิ่งจะทำฉบับญี่ปุ่นไปเมื่อไม่นาน

ด้วยความอยากรู้จัดเลยพลิกเข้าไปดู และอ่านบทบรรณาธิการ

บรรณาธิการเค้าเล่าให้ฟังว่า

"ครั้งนั้น a day ทำฉบับ Very Japanese รวมฮิตสุดยอดของญี่ปุ่นในทุกสาขา

ซึ่งประสบปัญหาในการติดต่อประสานงานมากมาย

ครั้งนี้เราเลยเปลี่ยนจากการทำเรื่องคนมาทำเรื่องสถานที่

จากสิ่งฮอตฮิตแบบที่คนไทยร้องอ๋อ มาเป็นสถานที่ที่พูดไปคนไทยคงได้ร้องเอ๋ นี่มันที่ไหนกันน"

เอาล่ะ เข้าใจละ

 

สารภาพตรงนี้ว่า คอลัมน์ที่อยากอ่านมากที่สุดใน a day คือคอลัมน์นิทานล้านบรรทัด

เขียนโดยคุณประภาส ชลศรานนท์ ซึ่งอยู่หน้าสุดท้ายของเล่ม ..หาไม่ยาก

พอได้หนังสือมาเป็นของตัวเองแล้วเปิดอ่านหน้านี้ทันที

 

อ่านจบแล้วรู้สึกชอบ เลยอยากเอามาลง ใครผ่านไปผ่านมา เผื่อมีเวลาแวะอ่านกัน

 

 

ละครเวทีเรื่อง โลกที่ไม่มีบันได

 

ละครเวทีเรื่องนี้มีฉากที่แปลกกว่าทุกเรื่องที่ผมเคยดูมา

ด้วยส่วนใหญ่ของละครเวทีแทบทุกเรื่อง ถ้าไม่เป็นละครประเภทฉากเดียว

ก็มักจะมีฉาก 2 ฉากที่มีสถานะอยู่ตรงข้ามกัน

ถ้าเป็นละครแบบเปลี่ยนฉากได้ ก็มักจะออกแบบแบ่งเวทีออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายและขวา ทำไว้ทั้ง 2 ฉาก

2 ฉากที่ว่านี้ ถ้าไม่เป็นฉากเมือง 2 เมือง ก็มักเป็นฉากเมืองกับฉากป่า หรือไม่ก็เป็นฉากบ้านคนรวยกับบ้านคนจน

 

แต่ฉากละครเรื่อโลกที่ไม่มีบันไดนี้ กลับแบ่งเป็นฉาก 2 ฉากที่ไม่เหมือนละครเวทีเรื่องอื่น

นั่นคือ แบ่งเป็นด้านล่างกับด้านบน และก็แบ่งเส้นนี้ยาวตลอดแนวเวที

ทั้ง 2 ฉากที่แบ่งเป็นล่างกับบนนี้สร้างต่อกันเป็นฉากเดียวกัน ด้วยโครงสร้างเดียวกัน

ตัวละครที่แสดงอยู่ทั้ง 2 ฉากสามารถเดินเหินอย่างสะดวกสบายทั้ง 2 ชั้น

และก็สามาถส่งเสียงพูดคุยโต้ตอบกันได้

 

เนื้อเรื่องของละครเรื่อง 'โลกที่ไม่มีบันได' ก็เป็นอย่างที่ชื่อเรื่องบอกนั่นแหละครับ

นั่นคือเป็นโลกสมมติ เป็นดินแดนสมมติดินแดนหนึ่ง ซึ่งบอกไม่ได้ว่าเป็นยุคไหน ประเทศไหน

รู้แต่เพียงว่าดินแดนนี้เขาแบ่งผู้คนออกเป็น 2 ชั้น นั่นคือผู้คนชั้นบนกับผู้คนชั้นล่างตามฉากที่เขาสร้างขึ้นมา

และแน่นอน ในฉากหรือดินแดนที่ว่านี้ ไม่มีบันไดให้ตัวละครเดินขึ้นเดินลงตามชื่อเรื่องเลย

 

ตัวละครที่อยู่ทั้ง 2 ชั้น ตะโกนพูดคุยกันได้ ดูจากบทเจรจาแล้ว ก็พอสังเกตได้ว่า

ผู้คนชั้นบนเป็นผู้คนที่มีฐานะสูงกว่าผู้คนชั้นล่าง รวมไปถึงกิริยาท่าทางพินอบพิเนาของผู้คนชั้นล่างต่อผู้คนชั้นบนก็แสดงออกอย่างนั้น

 

ละครองค์แรกก็ดำเนินไปด้วยความสนุก ด้วยความแตกต่างและความเหมือนของผู้คนทั้งสองชั้น

บทละครถูกเขียนขึ้นเพื่อประชดประชันความเลื่อมล้ำต่ำสูงของคน 2 ชั้นอยู่ตลอดเวลา

 

หลายครั้งที่คนดูหัวเราะสนุกไปกับการสนทนากันของตัวละครทั้งสองฐานะ ทั้งท่าทางการโหนตัวลงมาชั้นล่างของพ่อพระเอก ทั้งการพยายามปีนป่ายของตัวตลกที่จะปีนขึ้นไปเพื่อเช็ดรองเท้าให้เหล่าอำมาตย์

หรือแม้แต่ตอนที่ผู้นำของเมืองจะลงมาชั้นล่าง ก็ต้องวุ่นวายกันไปทั้งฉาก เพราะต้องตั้งแถวทหารเพื่ออุ้มผู้นำส่งต่อลงมายังดินแดนชั้นล่าง

 

ก่อนจะจบองก์แรกของละครเพื่อพักครึ่งการแสดง พ่อของพระเอกที่ดำเนินเรื่องมาตลอดด้วยบุคลิกที่คิดอะไรแปลกกว่าชาวบ้าน ก็ค้นพบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ พอเดาออกใช่ไหมครับว่าคืออะไร

ถูกต้องครับ บันได นั่นเอง

 

พ่อพระเอกค้นพบว่า ถ้าเอาก้อนหินมาว่าเรียงกันเป็นขั้นๆ มันจะทำให้เขาก้าวเดินขึ้นไปยังดินแดนชั้นบนได้อย่างสบายโดยไม่ต้องปีน ถึงตอนนี้เพลงที่เล่นประกอบก็ดังกระหึ่มขึ้น

เพื่อสรรเสริญการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของพ่อพระเอก  

 

ไม่รู้สิครับ ฟังแล้วไม่รู้ว่ามันยิ่งใหญ่หรือขำกันแน่

 

ดูฉากนี้แล้วจู่ๆ ผมก็ดันไพล่ไปนึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ตอนที่กาลิเลโอทำการทดลองทิ้งหิน 2 ก้อนลงมาจากหอเอนปิซ่า

เมื่อพ่อพระเอกประดิษฐ์บันไดขึ้นมาได้ ผู้คนทั้ง 2 ชั้นก็ดีใจกันใหญ่ ต่างเลี้ยงฉลองกับสิ่งประดิษฐ์นี้อย่างครึกโครม ฉากร้องรำทำเพลงทำได้อย่างสนุกสนาน ผู้นำของเมืองถึงกับประกาศแต่งตั้งพ่อพระเอกเป็นวีรบุรุษของเมืองเลยทีเดียว

 

แล้วละครก็พักครึ่งการแสดง

 

ผมรีบออกไปเพื่อเข้าห้องน้ำ ด้วยอยากทำเวลาให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้กลับมาดูองก์สองต่อทัน แล้วก็เลยได้เห็นห้องน้ำของโรงละครเวทีที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ห้องน้ำหญิงของโรงละครเรื่องนี้ ไม่มีแถวยาวของคุณสุภาพสตรีเข้าแถวรอคิวเหมือนโรงละครอื่นเลย ที่นี่เขาทำห้องน้ำหญิงให้มีขนาดใหญ่เพื่อบรรจุจำนวนห้องน้ำให้มากกว่าห้องน้ำผู้ชาย

ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนออกแบบห้องน้ำของโรงมหรสพทั่วๆไปชอบออกแบบให้ห้องน้ำชายหญิงมีขนาดเท่ากัน

ทั้งๆที่ปริมาณคนดูมหรสพนั้น ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย และผู้หญิงก็ใช้เวลาในห้องน้ำมากกว่าผู้ชาย ทั้งเรื่องความสะอาดและการดูแลความสวยความงามของผู้หญิง

 

หลังจากพักครึ่ง องก์สองของละครก็ดำเนินต่อด้วยการเล่าเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในดินแดนนี้นับตั้งแต่มีบันได บันไดใด้เริ่มถูกสร้างเพิ่มขึ้น

ทั้งบันไดไม้ไผ่ และบันไดไม้แบบเดินก้าว มีทั้งบันไดวน และบันไดหักศอก ละครเล่าด้วยการร้องเพลงเพื่อบอกว่าผู้คนทั้งสองฐานะเข้าถึงกันเพราะบันได

 

เนื้อเพลงร้องประมาณว่า พวกเขารู้จักกันมากขึ้น เริ่มพูดคุยกันแบบไม่ต้องตะโกนก็ได้แล้ว เริ่มสังสรรค์กัน เริ่มทะเลาะกัน สุดท้ายหนุ่มสาวจากต่างฐานันดรก็เริ่มมีความรักต่อกัน

 

และหนุ่มสาวคู่นั้นก็ใช่ใครที่ไหน ลูกชายของวีรบุรุษผู้ประดิษฐ์บันไดกับลูกสาวของผู้นำเมืองนั่นเอง

ฟังๆดูแล้ว ทุกอย่างน่าจะไปได้ดี

 

แล้วละครก็มาถึงจุดวิกฤต ผู้นำของเมืองไม่พอใจพระเอกที่เป็นลูกชายวีรบุรุษนักประดิษฐ์

ด้วยอยากให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับอำมาตย์หนุ่มอีกคน

จึงหาทางใส่ร้ายพ่อพระเอกว่าเป็นปีศาจร้ายที่นำ ' บันได ' สิ่งประดิษฐ์นี้มาจากนรก

เพราะบันไดทำให้คนชั้นบนถูกคนชั้นล่างพูดคุยและหลอกลวง บันไดทำให้คนชั้นล่างสามารถเดินขึ้นไปก่ออาชญากรรมกับคนชั้นบนได้ง่าย

 

พ่อพระเอกถูกจับขังคุกรอการประหารชีวิต จากวีรบุรุษกลายเป็นกบฏ และกลายเป็นพ่อมดในชั่วข้ามคืน ตัวพระเอกเองก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนหลบหนีการตามล่า เพราะถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

 

ฉากที่สวยงามมากบนเวทีคือตอนที่บันไดทั้งหมดในเมืองที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น ถูกเอามากองไว้กลางเมืองและก็จุดไฟเผาทิ้ง

ถึงตอนนี้ ทั้งเมืองก็เหลือเพียงบันไดไม้ไผ่ที่พระเอกหอบหิ้วหนีมาที่เชิงเขา และเขาก้ใช้มันปีนหนีทหารขึ้นไปหลบในถ้ำบนภูเขาสูง

 

เนื้อเรื่องของละครจะเป็นอย่างไรต่อไปขอไม่เล่า พระเอกของเราใช้บันไดเพื่อไปช่วยพ่อ และพานางเอกหนีออกมาอย่างไรก็ไม่ขอเล่า

 

 

 

ที่ไม่เล่า ก็เพราะละครเรื่องนี้ยังไม่มีใครนำไปสร้าง เป็นเรื่องที่ผมคิดผมฝันขึ้นมาเล่นๆ

และเช่นกัน โรงละคะโรงที่ห้องน้ำหญิงมีมากพอสำหรับคนดูแบบนี้ก็ยังไม่มีใครสร้าง

. . . . . . . . . . .

 

 

ปล.1 ยาวเนอะ

ปล.2 เห็นด้วยกับเรื่องห้องน้ำมากๆ

ปล.3 มาแก้คำผิดที่มีมากเหลือเกิน เพราะตอนอัพ มีเวลาจำกัดมาก

ปล.4 มาเพิ่มอีกอย่างที่อยากชวน ใครมีเวลาว่างวันที่ 10-13 ธันวาคมนี้ ที่สวนลุมพินีมีงาน

" THE INTERNATIONAL STREET SHOW IN BANGKOK "

เป็นงานที่รวบรวมการแสดงศิลปะริมถนนจากนานาประเทศที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมมาไว้ที่นี่

งานเริ่มบ่ายสามถึงสามทุ่ม ตามไปดูรายละเอียดของงานได้ที่นี่เน่อ..

http://www.bangkokstreetshow.com/index.html